1/30/2009

ยึดหลักธรรมะ ช่วยทำงานอย่างมี "ความสุข"


พอดีเห็นว่ามันมีประโยชน์กับเพื่อนนะครับ ก็เลยเอามาฝากกันผมไปอ่านเจอมานะครับ

ใครว่าธรรมะเป็นเรื่องของพระอย่างเดียว ผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ เด็กไม่ว่าจะเป็นวัยไหน ธรรมะสามารถเกี่ยวข้องได้ทุกคนอยู่แล้ว โดยเฉพาะในวัยทำงานที่มักมีเรื่องให้ปวดหัวทั้งเรื่องงาน เรื่องเจ้านาย ส่งผลให้สุขภาพจิตเสื่อมโทรม การทำงานไม่มีประสิทธิภาพได้ สถาบันดี เอ็มจี อคาเดมี จึงจัดเสวนาเรื่อง "ธรรมะกับการบริหารงานสมัยใหม่" ที่อาคารอัมรินทร์พลาซ่า

งานนี้มีหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยทำงานมาร่วม ฟังเสวนาคับคั่ง เพราะงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นวิทยากร

ดร.สุเมธบอกว่า หลายคนมองว่าธรรมะเป็นเรื่องเก่า ไม่เหมาะกับคนสมัยใหม่ ซึ่งในความจริงแล้วไม่ว่าจะถูก ผิด ดี เลว เป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้น ธรรมะคือธรรมชาติอย่าไปเบื่อหน่าย

"มนุษย์ถูกกำหนดเป็นเครื่องมือ สร้างความร่ำรวย กำไรมากกว่าทำงานแบบพี่น้อง ครอบครัว ใครเหยียบใครได้เหยียบเพื่อไต่เต้าให้ได้ดี เห็นตัวเลขการลงทุนมากกว่ามิตรภาพ โลกถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยม บริโภคนิยม มีกิเลสตัญหา ดังนั้นมนุษย์ควรใส่ใจมนุษย์ด้วยกัน อย่าเห็นแก่ตัว โดยเฉพาะผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์ และไม่ทำลายผู้อื่น"

เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา บอกอีกว่า การนำธรรมะเข้ามาช่วยในการบริหารงานจะช่วยในมนุษย์มีความสุขได้ อย่างการยึดหลักทศพิธราชธรรมเป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน คนทำงานสามารถนำไปปฏิบัติได้ ไม่ว่าจะเป็นการสละสิ่งเล็กๆเพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่า อย่าคิดแต่ผลกำไร ควรดูแลลูกน้องด้วย รวมทั้งการซื่อสัตย์ สุจริต ไม่โกง เอาชนะความเกียจคร้านให้ได้ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

"นอกจากนี้ การรู้จักประมาณตน ก่อนทำอะไรคิดเสียก่อนลงมือทำ ดูความสามารถของตัวเอง เมื่อล้มจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ และอย่าดูแค่ธุรกิจ ใส่ใจลูกน้อง เพื่อนร่วมงานด้วยเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ที่สำคัญหากยึดทางสายกลางจะช่วยให้การปฏิบัติงานดีขึ้นอีกด้วย และอย่าลืมความพอเพียง ถ้าอยากซื้อของแพงก็สามารถทำได้ แต่อย่าให้เดือดร้อนตัวเองและผู้อื่น ต้องมีเหลือไว้กินไว้ใช้ จะทำให้รวยและยั่งยืนได้"

ดร.สุเมธยังบอกอีกว่า ธรรมะไม่ต้องสอนให้ซึ้งถึงหลักธรรมแค่รู้จัก "พอ" และ "ดี" ถ้าคิดได้จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จและยั่งยืน การบริหารงานนอกจากเก่งต้องเป็นคนดีด้วย และรู้จักให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทนกลับมา การทำงานจะมีความสุข หากทุกคนรู้จักนำธรรมะมาปรับใช้

ธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หากรู้จักนำมาปรับใช้กับชีวิตให้ถูกกับตัวเอง!!

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน

No comments: